การพนันกับเศรษฐกิจนอกระบบไทย: โจทย์ท้าทายที่ซ่อนโอกาสทางเศรษฐกิจ

เมื่อพูดถึงคำว่า "การพนัน" ภาพจำมักผูกกับด้านลบ ความเสี่ยง และปัญหาสังคม แต่หากมองผ่านเลนส์ของเศรษฐศาสตร์และโครงสร้างเศรษฐกิจนอกระบบไทยเราจะค้นพบว่า การพนันไม่ใช่เพียงกิจกรรมเสี่ยงโชคเท่านั้น หากยังเป็นกลไกสำคัญที่หมุนเวียนเงินในชุมชน สร้างรายได้เสริม และสะท้อนช่องว่างของระบบเศรษฐกิจทางการได้อย่างชัดเจน

บทความนี้ไม่ได้ชวนให้เล่นพนัน แต่ชวนให้มองความสัมพันธ์ระหว่างการพนันกับเศรษฐกิจนอกระบบไทยอย่างเป็นระบบ เห็นทั้งโอกาส ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ และแนวทางเชิงสร้างสรรค์ที่จะเปลี่ยนพลังที่ซ่อนอยู่ ให้กลายเป็นผลดีต่อชุมชนและเศรษฐกิจโดยรวม

ทำความเข้าใจ "เศรษฐกิจนอกระบบ" แบบภาษาเข้าใจง่าย

ก่อนจะพูดถึงการพนัน เราต้องเข้าใจเสียก่อนว่าเศรษฐกิจนอกระบบคืออะไร เพราะนี่คือฉากหลังสำคัญที่ทำให้การพนันฝังรากในสังคมไทยได้อย่างเหนียวแน่น

โดยสรุป เศรษฐกิจนอกระบบ คือกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง มีการซื้อขาย แรงงาน รายได้ แต่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีหรือกฎหมายแรงงานอย่างเต็มรูปแบบ เช่น

  • พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่ แผงลอย ตลาดนัด
  • วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถสองแถวท้องถิ่น
  • แรงงานรับจ้างรายวัน แม่บ้านทำความสะอาดอิสระ ช่างซ่อมอิสระ
  • บริการขนาดเล็กในชุมชน เช่น เสริมสวยตามบ้าน ร้านซักรีดขนาดเล็ก
  • วงแชร์ การออมแบบชุมชน และกิจกรรมทางการเงินไม่เป็นทางการ

กลุ่มคนเหล่านี้สร้างรายได้จริง จ้างงานจริง แต่จำนวนมากยังเข้าไม่ถึงสิทธิ์ต่าง ๆ ในระบบเศรษฐกิจทางการ เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ประกันสังคม หรือการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน

ทำไมคนจำนวนมากยังอยู่ในเศรษฐกิจนอกระบบ

มีหลายสาเหตุที่ทำให้เศรษฐกิจนอกระบบในไทยมีขนาดใหญ่และแข็งแรง เช่น

  • ข้อกำหนดและต้นทุนการเข้าสู่ระบบธุรกิจทางการค่อนข้างสูงสำหรับรายย่อย
  • ความไม่มั่นคงทางรายได้ ทำให้คนต้องมีหลายอาชีพ หลายแหล่งรายได้
  • วัฒนธรรมชุมชนที่คุ้นเคยกับการค้าขายแบบไม่เป็นทางการ
  • การเข้าถึงบริการทางการเงินและสินเชื่อในระบบยังไม่ทั่วถึง

ในบริบทนี้เอง ที่การพนันกลายเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจนอกระบบ ทั้งในฐานะกิจกรรมสันทนาการ การหมุนเวียนเงินสด และช่องทางรายได้ของคนบางกลุ่ม

การพนันในบริบทไทย: กึ่งในระบบ กึ่งนอกระบบ

ในประเทศไทย การพนันส่วนใหญ่ผิดกฎหมาย ยกเว้นบางรูปแบบ เช่น สลากกินแบ่งรัฐบาล และการแข่งม้าบางประเภท นั่นหมายความว่า ส่วนสำคัญของกิจกรรมการพนันอยู่ในเงาของกฎหมาย และเชื่อมโยงโดยตรงกับเศรษฐกิจนอกระบบ

รูปแบบการพนันที่พบได้ในเศรษฐกิจนอกระบบ

โดยไม่ลงรายละเอียดเชิงเทคนิคหรือวิธีเล่น เราสามารถแบ่งการพนันที่สัมพันธ์กับเศรษฐกิจนอกระบบไทยออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ดังนี้

  • หวยใต้ดินที่เกาะเกี่ยวกับหวยรัฐบาลในระบบ แต่ดำเนินการแบบไม่เป็นทางการ
  • บ่อนหรือวงพนันท้องถิ่นที่มักเกิดในชุมชน ช่วงเทศกาล งานศพ หรืองานประเพณี
  • การพนันเชิงวัฒนธรรมเช่น การเล่นไพ่หรือไฮโลในกลุ่มเพื่อน ญาติ หรือชุมชน
  • พนันกีฬาและออนไลน์ซึ่งเชื่อมโยงกับทั้งในและนอกประเทศ

กิจกรรมเหล่านี้ไม่ใช่แค่การเสี่ยงโชค แต่ยังเกี่ยวข้องกับระบบซัพพลายเชนย่อย ๆ ที่มีทั้งคนเก็บโพย คนเดินเงิน เจ้าของวง คนให้เครดิต ตลอดจนผู้ค้าปลีกในพื้นที่ ที่ได้รับอานิสงส์ทางเศรษฐกิจจากเม็ดเงินที่หมุนเวียนในชุมชน

เมื่อการพนันกลายเป็นกลไกหมุนเวียนเงินในชุมชน

จุดที่น่าสนใจคือ เงินที่เกี่ยวข้องกับการพนันจำนวนมากไม่ได้หายไปจากระบบ หากแต่หมุนเวียนอยู่ในชุมชนและเศรษฐกิจนอกระบบในหลายรูปแบบ เช่น

  • รายได้ของคนเดินโพยหรือผู้รับจ้างต่าง ๆ ในเครือข่าย
  • รายได้ของร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของชำ ที่อยู่ใกล้แหล่งรวมกลุ่ม
  • การนำเงินที่ได้ไปใช้จ่ายด้านอุปโภคบริโภคและลงทุนขนาดเล็ก
  • การใช้ช่องทางการพนันบางประเภทเป็นตัวกลางในการเก็บออมแบบไม่เป็นทางการ (ทั้งในมุมที่มีความเสี่ยงและมุมที่ช่วยให้คนมีวินัยทางการเงินมากขึ้นในบางบริบท)

แม้จะมีความเสี่ยงและปัญหาที่ต้องบริหารจัดการ แต่หากมองเชิงโครงสร้าง เราจะเห็นว่า การพนันเป็นเพียง "อาการ" ที่สะท้อนว่า เศรษฐกิจในระบบยังตอบโจทย์ความต้องการด้านรายได้ โอกาส และความหวังทางเศรษฐกิจของคนบางกลุ่มได้ไม่เต็มที่

ตารางเปรียบเทียบ: เศรษฐกิจในระบบ vs เศรษฐกิจนอกระบบที่เกี่ยวข้องกับการพนัน

มิติเปรียบเทียบเศรษฐกิจในระบบเศรษฐกิจนอกระบบที่เกี่ยวข้องกับการพนัน
การกำกับดูแลมีกฎหมาย กฎระเบียบ และการเก็บภาษีอย่างชัดเจนส่วนใหญ่ดำเนินการนอกกฎหมาย หรือในพื้นที่สีเทา
การหมุนเวียนเงินผ่านสถาบันการเงิน ระบบธนาคารดิจิทัล และบัญชีภาษีหมุนเวียนเป็นเงินสดในชุมชน กลุ่มเพื่อน ญาติ และเครือข่ายท้องถิ่น
การสร้างงานตำแหน่งงานชัดเจน มีสัญญาและสวัสดิการงานไม่เป็นทางการ เช่น คนเดินโพย ผู้ประสานงาน ร้านอาหารรอบแหล่งรวมกลุ่ม
การเชื่อมโยงทางสังคมสัมพันธ์ผ่านบริษัท องค์กร และสถาบันสัมพันธ์ผ่านความเชื่อใจชุมชน เครือญาติ และกลุ่มเพื่อน
โอกาสด้านการเงินเข้าถึงสินเชื่อ ประกัน และการออมในระบบอาศัยเครดิตนอกระบบ วงแชร์ หรือความเชื่อใจแบบตัวต่อตัว

ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจที่มักถูกมองข้าม (ในมุมโครงสร้าง ไม่ใช่การส่งเสริมการเล่น)

แม้การพูดถึงประโยชน์ของการพนันจะอ่อนไหว แต่หากจำกัดกรอบให้ชัดว่าเป็นการวิเคราะห์ในมุมของเศรษฐกิจนอกระบบและโครงสร้างสังคมเราจะเห็นประเด็นเชิงบวกที่สามารถนำไปต่อยอดเชิงนโยบายได้ เช่น

1. การพนันเป็นตัวชี้วัดความต้องการด้าน "ความหวังทางเศรษฐกิจ"

ความนิยมในหวยหรือการพนันบางประเภท สะท้อนว่าคนจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่า โอกาสในการยกระดับชีวิตด้วยเส้นทางปกติค่อนข้างจำกัด การเข้าใจจุดนี้อย่างลึกซึ้ง ทำให้รัฐและภาคธุรกิจสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงิน การออม และระบบสวัสดิการที่ตอบโจทย์ "ความหวัง" มากขึ้น ไม่ใช่แค่ "ความจำเป็นขั้นต่ำ"

2. เครือข่ายความเชื่อใจในชุมชนที่ทรงพลัง

เครือข่ายการพนันโดยเฉพาะในชุมชนเล็ก ๆ มักตั้งอยู่บนทุนทางสังคมเช่น ความเชื่อใจ ความสัมพันธ์ระยะยาว และการรับรู้ร่วมกันของคนในพื้นที่ ทุนแบบเดียวกันนี้เอง ที่ถ้าถูกออกแบบดี สามารถต่อยอดเป็น

  • กลุ่มออมทรัพย์ชุมชน
  • สหกรณ์เครดิตยูเนียน
  • กองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนสวัสดิการชุมชน

กล่าวคือ จากเครือข่ายที่เคยหมุนรอบการพนัน สามารถค่อย ๆ ปรับบทบาทให้กลายเป็นเครือข่ายทางการเงินที่สร้างเสถียรภาพมากขึ้นได้

3. การกระจายรายได้ระดับฐานล่างในพื้นที่

เม็ดเงินจากการพนันจำนวนมาก ไหลเวียนอยู่ในพื้นที่ฐานราก เช่น ชุมชนชนบท ชุมชนแรงงาน หรือย่านตลาดเก่า เมื่อมีการใช้จ่ายในพื้นที่ ย่อมช่วยให้ธุรกิจรายย่อย ร้านอาหาร ร้านขายของชำ และบริการท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นในทางอ้อม

หากมีการออกแบบเครื่องมือทางการคลังหรือกองทุนชุมชนที่ชาญฉลาด ส่วนหนึ่งของเม็ดเงินที่แต่เดิมไหลไปกับการพนัน อาจถูกดึงกลับมาใช้เพื่อการลงทุนด้านการศึกษา สุขภาพ หรือพัฒนาธุรกิจรายย่อยได้ด้วย

4. พื้นที่ทดลอง (sandbox) ทางนโยบาย

เนื่องจากการพนันส่วนใหญ่ดำเนินอยู่ในพื้นที่สีเทา รัฐและนักวิจัยสามารถใช้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ทดลองทางนโยบายเช่น

  • ทดลองโมเดลการให้ความรู้ด้านการเงินแบบมีแรงจูงใจ
  • ทดลองระบบบันทึกบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างง่ายในชุมชน
  • ทดลองโมเดล "คืนกำไรสู่ชุมชน" จากกิจกรรมบางส่วน

เป้าหมายไม่ใช่การเปิดเสรีการพนัน แต่คือการใช้โครงสร้างที่มีอยู่จริง เป็นฐานในการออกแบบเครื่องมือพัฒนาชุมชนให้ตอบโจทย์คนที่อยู่ในเศรษฐกิจนอกระบบได้ตรงจุด

กรณีเชิงบวก: เมื่อความเข้าใจเรื่องการพนันช่วยต่อยอดสู่พลังชุมชน

มีตัวอย่างหลายพื้นที่ในไทย ที่แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการพนันโดยตรง แต่ใช้วิธีคิดคล้ายกัน คือ มองเห็น "เงินเล็กน้อยที่คนพร้อมจะจ่ายอย่างสม่ำเสมอ" แล้วแปลงให้เป็นกองทุนขนาดใหญ่เพื่อพัฒนาชุมชน

แนวคิดเหล่านี้สามารถนำมาประยุกต์กับพื้นที่ที่เคยมีการพนันเป็นกิจกรรมหลักได้ เช่น

  • ชวนสมาชิกในชุมชนเปลี่ยนจากการทุ่มงบประมาณกับการเสี่ยงโชค มาสร้าง "หวยออม" หรือ "กองทุนออมเพื่ออนาคตลูกหลาน" แทน
  • ดึงผู้นำชุมชนหรืออดีตผู้เกี่ยวข้องกับวงการพนัน มาเป็นแกนนำออกแบบกติกาการออม การกู้ ที่ยุติธรรมและโปร่งใส
  • ใช้รูปแบบการเล่นที่คุ้นเคย เช่น การลุ้นรางวัล การจับสลาก มาเป็นเครื่องมือสร้างแรงจูงใจให้คนออมเงินหรือดูแลสุขภาพ

เมื่อคนรู้สึกว่า "ความสนุก" และ "ความหวัง" ยังอยู่ แต่ความเสี่ยงลดลง และผลประโยชน์กลับมาที่ตัวเองและชุมชนมากขึ้น การเปลี่ยนผ่านจากการพนันไปสู่กิจกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์จึงเป็นไปได้จริง

โอกาสเชิงนโยบาย: จากเศรษฐกิจนอกระบบ สู่ระบบที่มีทางเลือกมากขึ้น

หากเรายอมรับความจริงว่า การพนันและเศรษฐกิจนอกระบบเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างสังคมไทย การถามว่า "จะห้ามอย่างไร" เพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องถามต่อว่า"จะสร้างทางเลือกอะไรให้คนหันไปพึ่งแทนได้"ด้วย

1. การออกแบบผลิตภัณฑ์การเงินที่เข้าใจพฤติกรรมเสี่ยงโชค

ธนาคาร สหกรณ์ และฟินเทคสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานการออมกับการลุ้นรางวัลอย่างถูกกฎหมาย เพื่อดึงคนออกจากการพนันสีเทาเข้าสู่ระบบการเงินทางการ เช่น

  • บัญชีออมทรัพย์ที่มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลจากดอกเบี้ยส่วนหนึ่ง
  • กองทุนชุมชนที่นำกำไรบางส่วนมาจัดสรรเป็นรางวัลสำหรับสมาชิกที่ออมต่อเนื่อง

แนวคิดนี้ช่วยเปลี่ยน "แรงจูงใจเสี่ยงโชค" ให้กลายเป็น "แรงจูงใจในการออม" โดยไม่ต้องต่อสู้กับพฤติกรรมมนุษย์ แต่ใช้ประโยชน์จากมันอย่างสร้างสรรค์

2. เสริมพลังผู้ประกอบการรายย่อยในเศรษฐกิจนอกระบบ

คนที่เกี่ยวข้องกับการพนันจำนวนไม่น้อย มีทักษะด้านเครือข่าย การบริหารเงินสดระยะสั้น และการจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า หากมีการพัฒนาและสนับสนุนอย่างถูกทาง ทักษะเหล่านี้สามารถแปลงเป็น

  • ผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร หรือบริการขนาดเล็ก
  • ผู้นำกลุ่มออมทรัพย์หรือสหกรณ์เครดิตยูเนียน
  • ผู้จัดการตลาดนัดหรือพื้นที่ค้าขายในชุมชน

นโยบายที่มุ่งฟื้นฟู เปลี่ยนผ่าน และต่อยอดกลุ่มนี้อย่างจริงจัง จะช่วยดึงทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพในเศรษฐกิจนอกระบบ กลับมาสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นทางการและยั่งยืนมากขึ้น

3. การเก็บข้อมูลเชิงลึกแทนการกวาดปัญหาไว้ใต้พรม

หนึ่งในอุปสรรคสำคัญของการออกแบบนโยบายเกี่ยวกับการพนันและเศรษฐกิจนอกระบบ คือการขาดข้อมูลที่เชื่อถือได้เพราะกิจกรรมจำนวนมากเกิดขึ้นอย่างไม่เปิดเผย

หากภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคมร่วมมือกัน พัฒนาเครื่องมือเก็บข้อมูลที่เคารพความเป็นส่วนตัว ไม่ตีตราผู้ให้ข้อมูล และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการพัฒนาเท่านั้น จะช่วยให้เรา

  • เข้าใจขนาดที่แท้จริงของเม็ดเงินและแรงงานที่เกี่ยวข้อง
  • รู้ว่ากลุ่มใดเสี่ยงสูง กลุ่มใดมีกลไกป้องกันตัวเองได้ดี
  • ออกแบบมาตรการป้องกันปัญหาและเพิ่มโอกาสได้ตรงจุด

แนวทางเชิงสร้างสรรค์สำหรับธุรกิจและชุมชน

ไม่เพียงภาครัฐเท่านั้นที่มีบทบาทสำคัญ ธุรกิจเอกชนและชุมชนเองก็สามารถใช้ความเข้าใจเรื่องการพนันกับเศรษฐกิจนอกระบบเพื่อสร้างประโยชน์เชิงบวกได้เช่นกัน

สำหรับผู้นำชุมชน

  • เริ่มจากการทำความเข้าใจพฤติกรรมการพนันในพื้นที่อย่างไม่ตัดสิน
  • สำรวจว่ามีเครือข่ายใดบ้างที่สามารถแปลงเป็นกลุ่มออมทรัพย์หรือสหกรณ์ได้
  • ออกแบบกิจกรรมทดแทนที่ยังคงความสนุก การลุ้น และความเป็นกลุ่ม แต่ลดความเสี่ยงทางการเงิน
  • ผลักดันให้เกิดกองทุนกรณีฉุกเฉิน กองทุนการศึกษา หรือกองทุนสุขภาพจากเงินสมทบขนาดเล็กแต่สม่ำเสมอ

สำหรับภาคธุรกิจ

  • พัฒนาผลิตภัณฑ์การเงินขนาดเล็ก ที่เข้าใจบริบทคนทำงานนอกระบบ
  • ใช้เครื่องมือด้านการตลาดเชิงเกม (gamification) เพื่อส่งเสริมการออมและการวางแผนการเงิน
  • ร่วมมือกับองค์กรชุมชนในการให้ความรู้ด้านการเงินอย่างเป็นรูปธรรม ใช้ภาษาง่าย และอ้างอิงสถานการณ์จริง

สรุป: มองการพนันให้ลึกกว่าแค่การห้าม แล้วจะเห็นโอกาสพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

การพนันในสังคมไทยเกี่ยวพันอย่างแนบแน่นกับเศรษฐกิจนอกระบบและชีวิตของผู้คนที่อยู่ในเศรษฐกิจฐานราก การมองปรากฏการณ์นี้อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพื่อส่งเสริมหรือทำให้การพนันดูดีขึ้น แต่เพื่อ

  • เข้าใจแรงจูงใจทางเศรษฐกิจและความหวังของผู้คนอย่างแท้จริง
  • ค้นพบเครือข่ายและทุนทางสังคมที่สามารถต่อยอดเพื่อการออมและการลงทุน
  • ออกแบบผลิตภัณฑ์การเงิน สวัสดิการ และนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงมากขึ้น

เมื่อเรามองการพนันไม่ใช่แค่ปัญหาที่ต้อง "กวาดล้าง" แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงช่องว่างในโครงสร้างเศรษฐกิจ ก็จะเริ่มเห็นโอกาสใหม่ ๆ ในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เสริมพลังคนในเศรษฐกิจนอกระบบ และสร้างระบบเศรษฐกิจไทยที่ครอบคลุม เป็นธรรม และยั่งยืนมากขึ้นในระยะยาว


ท้ายที่สุด พลังที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การพนัน แต่อยู่ที่ความสามารถของสังคมไทยในการแปลงพฤติกรรมเสี่ยงให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและการพัฒนาชุมชนหากเราเลือกมองอย่างเข้าใจ และลงมือออกแบบอนาคตอย่างสร้างสรรค์